หาจะหาหนัง ภาพยนตร์ไทย ที่มีรายละเอียดของฉาก เครื่องแต่งกาย นักแสดง และทุกบริบทแล้วละก็
หนังเรื่องนั้น จะต้องเป็นหนังที่เป็นลายเซ็นต์ของ หม่อมน้อย หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล สำหรับหนังเรื่องล่าสุดที่เป็นที่กล่าวขานถึงฉาก บท นักแสดง ที่อยู่ในกระแสขณะนี้ คงหนี้ไม่พ้น ภาพยนตร์ไทยเรื่อง

“อุโมงค์ผาเมือง”

หนังเรื่องนี้ หม่อมน้อย ได้ดัดแปลงบทภาพยนตร์จากวรรณกรรมชิ้นเอก ของท่าน ม.ร.ว.ศึกฤทธิ์ ปราโมช เรื่อง “ราโชมอน” หรือ ประตูผี ซึ่งได้รับอิทธิพลเคล้าโครงเรื่องมากจากภาพยนตร์ชื่อดังจากสุดยอดบรมครูด้านหนังประเทศญี่ปุ่น “อากิระ คุโรซาว่า”

โดยเคล้าโครงหนังที่มีตัวเอก 3 ตัว เล่าเรื่องหลังเหตุการณ์ฆาตกรรมอำพลาง “ขุนศึกเจ้าหล้าฟ้า”  ทั้งสามให้การว่าตนเอง เป็นผู้ลงมือสังหาร “ขุนศึกเจ้าหล้าฟ้า” กันทั้งหมด ทำให้ “เจ้าผู้ครองนครผาเมือง” ซึ่งเป็นผู้ตัดสิน และบรรดาชาวบ้านที่มาฟังการตัดสินคดี ต่างงงงวยไปตามกัน

อุโมงค์ผาเมือง

อุโมงค์ผาเมือง

 

หลังจากที่ผม โจ๋ย ศึกษาวิทยา ได้ไปชมหนังเรื่อง “อุโมงค์ผมเมือง” แล้ว

ทำให้ผมนึกถึงหนัง HollyWood อีกเรื่องหนึ่งทันที เรื่องหนังคือ ​”Source Code” ที่ใช้นาวิกโยธินบาดเจ็บหนัก ลิ้งค์สมองเข้าเครื่อง “ย้อนเวลาโดยใช้ความทรงจำของผู้เสียชีวิต” เพื่อไปตามหาผู้ต้องสงสัยระเบิดรถไฟที่เดินทางไปซิคาโก ซึ่งในเรื่องก็ย้อนเข้าไปในช่วงเวลา 8 นาทีสุดท้ายตอนเกิดเหตุไปหลายรอบ ซึ่งในหนังเรื่อง “อุโมงค์ผาเมือง” ก็มีการเล่าเรื่องแบบย้อนกลับไปในช่วงเหตุการณ์ถึง 3 ครั้งเช่นกัน ทำผมเกิดอาการคุ้นๆ พล็อตเรื่องในบัดดล แต่อย่างไรก็ตาม บทประพันธ์ที่เป็นต้นแบบของหนังเรื่อง “อุโมงค์ผาเมือง”​ ก็เกิดขึ้นก่อนหนังเรื่อง “Source Code” หลายสิบปี

มาที่ตัวเนื้อเรื่องภาพยนตร์ “อุโมงค์ผาเมือง” หม่อมน้อย เธอได้สร้างพล๊อตเรื่องให้เกิดความลึกลับ สับสน ว่าทำไม ตัวละครทั้งสามตัว อ้างว่าตัวเองเป็นผู้ฆาตกรรมขุนศึกเจ้าหล้าฟ้า ทั้งที่เรื่องของเรื่อง ก็คือ “โจรป่าสิงห์คำ” ที่่แสดงโดย “ดอม เหตระกูล” เห็นขบวนการเดินทางไปเยี่ยมญาติของ “ขุนศึกเจ้าหล้าฟ้า” ซึ่งในขบวนนั้น “แม่หญิงคำแก้ว” ร่วมเดินทางไปด้วย แต่ด้วยอารมณ์เปลี่ยวของโจรป่า ผู้หิวกระหายในความใคร่ ประกอบกับตัว “แม่หญิงคำแก้ว” เองก็มีสิริโฉมงดงามแท้นัก “โจรป่าสิงห์คำ” จึงหลอกล่อด้วยดาบกระบี่โบราณล่ำค้าแก่ “ขุนศึกเจ้าหล้าฟ้า” ซึ่งท่าขุนศึกเอก ก็ใคร่กระหายในทรัพย์สมบัติจึงหลงเชื่อพระเอกดาวร้ายของเรา จนถูกจับมัดคาต้นไม้ในป่า เมื่อขุนศึกหายไปจากขบวน ที่นี้ก็เสร็จเจ้าโจรป่าสิครับท่าน “โจรป่าสิงห์คำ” ก็จัดการทุกคนในขบวนจนสิ้นเรียบ เหลือแต่เพียง “แม่หญิงคำแก้ว”​ โจรป่าดาวร้ายของเราจึงพา “แม่หญิงคำแก้ว” ไปฉุดคร่าต่อหน้า “ขุนศึกเจ้าหล้าฟ้า” แบบเห็นกันต่อหน้าจะจะ

เอาล่ะครับถึงต่อจากจุดตรงนี้ จะเป็นจุดประเด็นของหนังแล้วครับ ซึ่งเหตุการณ์ต่อจากนี้ จะเป็นเหตุการณ์ที่ตัวละครทั้งสามให้การณ์ต่อ “เจ้าผู้ครองนครผาเมือง” ที่ให้การณ์ต่างกัน

อุโมงค์ผาเมือง_

อุโมงค์ผาเมือง_

คำให้การของ โจรป่าสิงห์คำ

โจรป่าดาวร้ายของเราให้การณ์ต่อเจ้าผู้ครองนครผาเมือง หลังจากที่ตนเองเสร็จกิจกับ “แม่หญิงคำแก้ว” ต่อหน้า “ขุนศึกเจ้าหล้าฟ้า” แล้ว แม่หญิงคำแก้วจึงของร้องตนให้ปล่อยมัดตัวขุนศึกเจ้าหล้าฟ้า แล้วขอให้ทั้งคู่ได้ประลองยุทธกันเพื่อชิงตัวแม่หญิงเอง เพราะเนื่องจากแม่หญิงไม่ต้องการให้ตนเองเป็นของชายสองคนในเวลาเดียวกัน โจรป่าดาวร้ายของเรายังให้การณ์ต่อในการประลองดาบอย่างเมามันส์ แบบถึงพริงถึงขิง โดยในท้ายที่สุด โจรป่าสิงห์คำยกย่องตัวเองว่าเป็นโจรป่าสุดแสนเก่งกาจ อาจสามารถชนะประลองดาบขุนศึกมีชื่อได้ราบคาบจนสิ้นชีวิต ซึ่งในหนังช่วงนี้ผมรู้สึกว่าจะยาวไปสักหน่อย แต่ได้อรรถรสความสนุกในช่วงนี้มาก การต่อสู้โดยใช้ดาบในฉากนี้ค่อนข้างชัดเจนถึงพริกถึงขิงจริงๆ

อุโมงค์ผาเมือง

อุโมงค์ผาเมือง

คำให้การของ แม่หญิงคำแก้ว

ด้วยเวลาต่อหน้าคณะเจ้าผู้ครองนครผาเมือง ที่ตัดสินคดีอยู่ แม่หญิงคำแก้ว มีกิริยาเรียบร้อยเพียบพร้อมกุลสตรี แม่หญิงให้การณ์ในตอนเกิดเหตุหลังจากเจ้าโจรป่ามีชื่อนั้นได้ย่ำยี่ตนเองแล้วเสร็จ ก็ได้ขอรองโจรป่าสิงห์คำ ไม่ให้ทำอันตรายถึงชีิวิตแก่ขุนศึกเจ้าหล้าฟ้า แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมา คือเจ้าหล้าฟ้าเฉยชากับแม่หญิงคำแก้ว แม่หญิงจึงบรรดาลโทสะถึงแก่ชีวิต ในหนังช่วงนี้้บิ้วอารมณ์ผมอย่างสุดๆเลยครับ ความรู้สึกเฉยชาถูกเบาเข้ามาในสมองทันที ผมรับรู้ได้เลยจริงๆ

อุโมงค์ผาเมือง

อุโมงค์ผาเมือง

คำให้การของ ขุนศึกเจ้าหล้าฟ้า โดยผ่านร่างทรงผี แสดงโดยรัดเกล้า อามระดิษ

ผมยอมรับในบทบาทของคุณรัดเกล้าจริงๆ การแสดงบทร่างทรงผีสิงห์นั้นออกจะแนวอราบิกแดซหน่อย โดยธรรมเนียมคนทรงเจ้าเข้าผีในโบราณทางเหนือ หม่อมน้อยศึกษาข้อมูลเป็นอย่างดี ได้ความละเอียดทั้งการแต่หน้า ชุดเสื้อผ้าสวมใส่ และที่สำคัญ การแสดงของคนทรงเจ้าเข้าผีทางเหนือที่ผมเห็นแว็บแรกก็คิดได้อย่างเดียวว่า “ใช่เลย”

คำให้การของขุนศึกเจ้าหน้าฟ้าผ่านร่างทรงผีสิงห์นี้ ถือได้ว่าเป็นฉอดที่ทำให้มาดพระเอกขุนศึกที่แสดงโดยอนันดาเสียเกรียติยศให้แก่โจรป่าสิงห์คำ ทั้งเสียชื่อ เสียเหลียม และก็เสียหญิงด้วยครับ!! พี่ขุนศึกแกก็พูดถึงตัวเองแบบเท่ห์ๆ พูดถึงคนอื่นอย่างดูแคลน รวมถึงเมียตัวเองด้วย ว่าเคยไปกุ๊กกึ๊กกับชายอื่น ไม่สมเป็นกุลสตรี ทำไปทำมากลายเป็นขุนศึกกับโจรป่าสิงห์คำเห็นพ้องต้องกันว่าแม่หญิงคำแก้ว มาลัยสองชายของเรา ไม่คู่ควรกับการเป็นกุลสตรีเลยครับท่าน เรื่องเป็นซะอย่างนั้นไป สุดท้ายโดยแม่หญิงตอกหน้าให้เจ็บซ้ำน้ำใจ จึงกระทำอัตวิบากกรรมแก่ตัวเองจนสิ้นใจ แถมท้ายก่อนลมหายใจเอื้อกสุดท้าย มีใครก็ไม่ทราบดึงดาบที่ปักอกตัวเองออกไป โดยที่ไม่ทันมองว่าเป็นผู้ใด ผมเองก็คิดว่าพี่ขุนศึกแก่อยากจบเรื่องตัวเองแบบเท่ห์ๆ นั่นแหล่ะ

จากคำให้การทั้งสามคนนั้น ทำให้กรรมการผู้ตัดสินอย่างเจ้าผู้ครองนครผาเมืองนั้น “งงเต๊ก” พร้อมชาวบ้านไปตามๆกัน ว่าตกลงใครเป็นสังหารท่านขุนศึกฯเหรอ แต่ไม่ว่าอย่างไรมีคนหนึ่งต้องโทษประหารคือโจรป่าสิงห์คำ ถ้าไม่โดนคดีนี้ ก็โดนคดีอื่น พี่โจรพระเอกดาวร้ายของเราก็ถูกจับขึ้นตะแลงแกงฟันคอริบเรือนไปตามระเบียบ

ผมมองว่าในท่อนแยกท่อนฮุกของหนัง คือช็อทคำให้การของสามคนนี่แหล่ะ แต่ละซ๊อททำได้ไม่สั้นไม่ยาวเกินไป ถือว่าพอดีๆ เว้นแต่ในเรื่องของโจรสิงห์คำดูยาวไปหน่อย แต่เข้าใจว่าต้องการเล่าเรื่องให้คนดูเข้าใจเหตุการณ์ แต่มีจุดหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องอุโมงค์ผาคำนี้ ดูจะขาดความสมจริงไปนิดเดียว นิดเดียวจริงๆ ส่วนนั้นคือ

“เหลือเชื่อ!! โจรป่าสิงห์คำ กลัวการประลองดาบกับขุนศึกเจ้าหล้าฟ้า…”

ถึงตรงนี้บทหนังหม่อมน้อยจะนึกอย่างไร แต่ผมคิดว่ามันไม่ค่อยสมเหตุสมผลที่จะสร้างให้โจรป่าผู้ทรนงตนเยียงนี้ จะกลัวการประลองดาบกับขุนศึกมีชื่อที่ตัวเองสามารถจับมัดกระดุกกระดิ๊กไม่ได้คาต้นไม้เยี่ยงนั้น..

ส่วนการเอาเรื่องจากคนทั้งสามมาประกอบกัน หม่อมน้อยเธอได้วาง “พระภิกษุหนุ่ม” แสดงโดยมาริโอ้ เมาเล่อ และ “คนตัดฟืน” ที่แสดงโดยหม่ำ จ๊กม๊ก เป็นตัวเล่าเรื่อง และตอกประเด็นทางปัญญาโดย “สัปเหร่อ” แสดงโดยพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วัชรบรรจง ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นส่วนที่เสริมให้องค์ประกอบของเรื่องประติดประต่อกันให้แนบเนียนสนิทได้ดีครับ

พอหลังจากดู “อุโมงค์ผาเมือง” จบไปสักชั่วโมง
ก็คิดได้ว่าหนังแสดงให้เห็นถึงสันดานคนแบบจะจะ

ถ้าถามผมว่าหนังเรื่อง อุโมงค์ผาเมือง น่าดูไหม

ผมจะตอบว่า เป็น “หนังไทย” ที่น่าดูที่สุดอีกเรื่องครับ!!

สำหรับคนที่ชอบหนัง Period เก็บรายละเอียดทุกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ควรพลาดหนังเรื่อง “อุโมงค์ผาเมือง” ด้วยประการทั้งปวง

โจ๋ย ศึกษาวิทยา
Magateen.com

Incoming search terms:

  • ขุนศึก
  • อุโมงผาเมือง
  • อุุโมงค์ต้นไม้
  • รวมแบบ ลาย ไทย ม้าศึก
  • อุโมงค์
  • ดูหนังอุโมงค์ผาเมือง มาสเตอร์
  • ภาพ อุโมงผาเมือง 2011
  • ตำนาน อุโมงค์ ผาเมือง
  • ทรงผม พระเอก ละคร ขุนศึก
  • อุโมงผาเมือง มาสเตอร์
Share

3 Responses to “อุโมงค์ผาเมือง ภาพยนตร์โดย ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล ดูมาแล้วบอกต่อ.. โจ๋ย ศึกษาวิทยา”

  1. หนังเรื่องอุโมงค์ผาเมืองชอมมากค่ะ ยิ่งอนันดามาเล่นด้วยแล้วยิ่งชอบค่ะ

  2. พี่น้อยเองไม่ค่อยชอบหนังเรื่องอุโมงค์ผาเมืองนี้เท่าไร พี่น้อยเองคิดว่าบทไม่สมจริงคำพูดมีฉันมีเธอไม่เข้าสมัยในหนังเลย แล้วที่ฉากสนามหลักๆ ก็อยู่ในวัดร้างไม่ใช่อุโมงค์ซะหน่อย พี่น้อยคิดว่านะ…

  3. อุโมงค์ผาเมืองอะไรเนี้ยไม่ดูหรอกค่า หนังเรื่องนี้เจ้าเดียวกับชั่วฟ้าดินสลายรึป่าวค่ะ เรื่องนั้นเคยดูค่ะ หนังออกจะดราม่ามากค่ะอุโมงค์ผาเมืองจะออกดราม่าด้วยรึป่าวค่ะ ไม่ว่างไปดูจิงๆค่ะแล้วแผ่นซีดีจะออกเมื่อไร ขอยืมดูหน่อยล่ะกันค่ะ

Leave a Reply

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

© 2011 Magateen Good Website for young people. Suffusion theme by Sayontan Sinha

Free Page Rank Tool